Friday, June 02, 2006

There is never a doubt about Thais’ love for the King


It’s been 60 years since His Majesty King Bhumibol Adulyadej, the longest-reigning monarch in the world, came to power. He is adored and revered by Thais in every corner in the kingdom, most of whom have never known life under another king.
Always working hard for the benefit of his people, the King has travelled to every part of the country to improve the lives of his people, especially the poor in remote areas.

His Majesty has also helped the country weather several critical crises, from 1992’s Black May to 2003’s Phnom Penh riots to the latest political chaos. Without the King’s guiding hand, Thailand would not be what it is today.
In honour of the 60th anniversary of the King’s reign, Student Weekly asked some of his loyal subjects what heartfelt messages they would like to send to the King on this happy occasion.


พอดีว่าเรียนในบางกอกโพสอยู่น่าสนใจดี......เลยรีบอัพเพราะคอมทีบ้านเสียไปล่ะ

Friday, May 12, 2006


นักจิตวิทยาบอกไว้ว่า เริ่มต้นจากเราต้องมีมุมมองหรือทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียน เพื่อนใหม่ และครูอาจารย์เสียก่อน อย่ามองในแง่ลบตั้งแต่แรกเพราะมันจะทำให้เราหมดกำลังใจเสียตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งให้คิดในแง่ดีว่า เพื่อนใหม่ก็เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่คอยให้เราไปสำรวจและค้นพบความสวยงามและความตื่นตาตื่นใจ ส่วนเพื่อนเก่าที่เขม่นกันมาตั้งแต่ปีก่อน เป็นเหมือนอุปสรรคที่เราจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ สำหรับคุณครูที่ชอบดุด่าว่าเรา เค้าก็ทำเพราะรัก ต้องการให้เราได้ดีส่วนการเรียนในตำราที่หนักหนาสาหัส ก็ให้คิดซะว่า เป็นบทเรียนและบททดสอบที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าแค่เนี้ย.....ก็คงทำให้อยากไปโรงเรียนขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงสุขภาพใจ ช่วงปิดเทอมหลายคนคงได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปเที่ยวพักผ่อน นั่นถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนในภาคเรียนที่ผ่านมา และทำให้สมองโปร่งพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ ๆ เข้าไป หรือหากไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด การทำกิจกรรมที่ชอบอย่างเช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬา เล่นเกม หรือออกไปดูหนังซักรอบ ก็ถือว่าช่วยผ่อนคลายได้เหมือนกันหรือจะออกแนวศาสนาไปเที่ยววัด ได้ไหว้พระ ความร่มรื่นและเงียบสงบในวัดก็จะช่วยให้จิตใจดีขึ้น หรืออาจจะใช้เวลาสักวันละ 15–30 นาที นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบก็จะช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิที่จะอ่านหนังสือหรือคิดแก้ปัญหาเมื่อเราต้องเผชิญในช่วงเรียนได้ดีมาถึงการเตรียมร่างกาย น้อง ๆ จะต้องดูแลสุขภาพร่าง กายตนเองอย่าให้เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยตั้งแต่เริ่มเปิดเทอม เดี๋ยวจะเรียนไม่ทันเพื่อน ยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ร้อนจัดเปลี่ยนเป็นเย็นเพราะฝนตกบ่อย จึงต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้นกว่าเดิมคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองก็มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้ลูกหลานสดใสหรือหดหู่รับเปิดเทอม การให้กำลังใจลูก เปลี่ยนการดุด่าว่ากล่าวมาเป็นการตักเตือนและชี้แนะเมื่อเด็กทำผิด รวมไปถึงการดูแลจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียน อาหารการกินครบ 5 หมู่ ก็จะเสริมให้มีความพร้อมรับเปิดเทอม

อย่างน้อยเด็ก ๆ อย่างเราก็ทำให้ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบเห็นแล้วว่า การเรียกร้องความถูกต้องของเด็กไทย...มันมีพลังแค่ไหน...!!!.

Monday, May 08, 2006

การป้องกันการถูกผีหลอกในโรงแรม

คือความเชื่อบางข้อของบรรดาเจ้าของธุรกิจโรงแรม
โรงแรมทุกๆ แห่งนั้น ย่อมจะมีอย่างน้อยหนึ่งห้องที่ซึ่งถูกปล่อยให้ว่างไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าโรงแรมห้องเต็มขนาดไหน พวกเขาจะไม่ขายห้องนั้นให้กับแขกคนใดทั้งสิ้น ว่ากันว่าห้องพิเศษห้องนั้นได้ "สงวนไว้" สำหรับ "แขกพิเศษเหล่านั้น"ฉะนั้น เมื่อคุณมีแผนที่จะเข้าพักในโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง ควรจองล่วงหน้าไว้ก่อนเสมอ พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าพักแบบวอล์คอิน (Walk in) ถ้าพนักงานต้อนรับได้บอกคุณไปแล้วว่าไม่เหลือห้องว่างอีกต่อไปแล้ว จงอย่าได้ดื้อดึงอยู่ต่อหรือพยายามติดสินบนพวกเขาเพื่อที่จะให้พวกเขาให้ห้องพักแก่คุณ ถ้าหากคุณทำอย่างนั้น เกือบทุกครั้งที่ห้องที่คุณได้ไปจะเป็น "ห้องพิเศษ" ที่ว่านั่น และอีกเช่นกันที่บางครั้ง "แขกพิเศษ" เหล่านั้น อาจจะโผล่ไปที่ห้องอื่นๆ ด้วยดังนั้นนี่คือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่าคุณจะป้องกันตัวคุณเองได้อย่างไร
- ก่อนที่จะเข้ายังห้องพักของคุณ จงเคาะประตูก่อนทุกครั้ง แม้คุณจะรู้ว่านี่เป็นห้องว่างก็ตาม
- หลังจากที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้ว หากคุณรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในทันทีทันใด และมีอาการ "ขนลุก" จงออกจากห้องไปเงียบๆ และโดยทันที แล้วไปหาพนักงาน ต้อนรับเพื่อขอเปลี่ยนห้องใหม่ โดยส่วนใหญ่แล้ว พนักงานต้อนรับจะเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
- หลังจากอยู่ภายในห้องแล้ว จงเปิดไฟให้ครบทุกดวงในทันที พร้อมกับเปิดผ้าม่านเพื่อปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามา
- ก่อนเข้านอน จัดวางรองเท้าของคุณให้อยู่ในลักษณะกลับหัวกลับหางกัน
บางคนบอกเอาไว้ว่านี่เป็นการแสดงถึงหลัก "หยิน-หยาง"เพื่อคุ้มครองคุณขณะที่คุณหลับ
- จงเปิดโคมไฟทิ้งไว้อย่างน้อยดวงหนึ่งขณะที่คุณหลับ ยิ่งเป็นไฟในห้องน้ำยิ่งดี
- หากคุณพักคนเดียว และห้องคุณเป็นเตียงคู่ อย่าเข้านอนโดยปล่อยให้อีกเตียงหนึ่งว่างเปล่า
พยายามนำสิ่งของไปวางไว้เช่น กระเป๋าเดินทาง ที่เตียงว่างอีกเตียงหนึ่งก่อนที่คุณจะหลับ
คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกคนน๊าโรงแรมสมัยนี้น่ากลัวเนอะ = =
จาเปิดเทอมแย้วนะ.....ขยันกันเยอะๆนะเราก้อจาขยันมากๆๆ ไว้เจอกันเปิดเทอม

Tuesday, April 11, 2006

Nang Songkran

This year, Songkran day falls on April 14, This mean that Nang Songkran for 2006 is “Kimitatevee”, dressed in white with topaz ornament, preferred banana, dagger in the right hand, Indian vina in the left hand buffalo as vehicleDuring the Songkran Festival, there is normally an announcement of the name of Nang Songkran of the year, her vehicle, her food preference, etc. And in order to forecast the prosperity of that year, it is worth knowing the quantity of rainfall and the number of Naga who is responsible for the provision of water.According to the legend, the story has been involved with King Kabilaprom and Prince Thammaban. Born to a wealthy family, Prince Thammaban was very intelligent since he was only seven years old King Kabilaprom had asked him three questions with the conditions that if his answers were correct, King Kabilaprom was willing to sacrifice his head but if they were wrong, the Prince must do likewise.And the questions focus on the good signs of a person at each period of the day from morning to noon until the evening.
To the surprise of the King, the Prince had answered the questions correctly. As per the good sign of a person in the morning is at the face, at the chest in the noon time and at the foot in the evening. The King then had to cut off his head as proposed. However, the King’s head had been so powerful that the whole world would be on fire if the head had touched the earth, that a serious drought would occurred and that all ocean water would dry up should it be thrown up in the sky or down in the ocean respectively. Evidently, the King had assigned his seven angel daughters to take turn carrying his head clockwise around Phra Sumane Mountain. And if Songkran Day ( April 13 ) falls on any day of the following, that year will be honoured by that Nang Songkran.
Sunday: “ Tungsatevee ’’red dress, preferred wild fruit, discus in the right hand, shell in the left hand, garuda as vehicle.
Monday: “ Korakatevee ”yellow dress with pearl ornament, preferred butter oil, dagger in the right hand, walking cane in the left hand, tiger as vehicle.

Tuesday: “ Ragsotevee”light red dress with agate ornament, preferred blood, trident in the right hand, arrow in the left hand, pig as vehicle.
Wednesday: “ Montatevee”emerald green dress with cat’s eye ornament, preferred milk and butter, sharp iron in the right hand and walking cane in the left hand, donkey as vehicle.
Thursday: “ Kirineetevee”greenish yellow dress with emerald ornament, preferred nuts and sesame seeds, elephant hook in the right hand, gun in the left hand, elephant as vehicle.
Friday: “ Kimitatevee”white dress with topaz ornament, preferred banana, dagger in the right hand, Indian vina in the left hand, buffalo as vehicle.
Saturday: “ Mahotorntevee”black dress with onyx ornament, preferred hog deer, discus in the right hand, trident in the left hand, peacock as vehicle.
Evidently, the prediction for the New Year will be made according to that particular day of the Nang Songkran. For example, if the preferred food of Miss Songkran are nuts and sesame seeds, it is predicted that the year will be productive, prosperous and healthy. And if the preferred food is blood, the prediction would go for a bloody year with all the quarrels. And if Miss Songkran prefers to carry gun, it is predicted that the weather would be full of thunderstorms, etc. Also, at the venue where the grand Songkran Festival is organized, a procession of the Miss Songkran is indispensable for the people to appreciate the festival.

Tuesday, March 28, 2006

มาออกกำลังกายง่ายๆ ที่บ้านกันดีกว่า

ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น สาเหตุเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็แหม!ช่วงนี้งานล้นมือจนไม่มีเวลา สงสัยต้องพึ่งอุปกรณ์ช่วยออกกำลังกายที่บ้านคงจะดีกว่า ใครที่มีปัญหาแบบเดียวกันไม่ควรพลาด เพราะชีวจิตจะพาคุณไปเลือกซื้ออุปกรณ์ช่วยออกกำลังกายกันค่ะ

1 กระบอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป หรือถ้าจะให้สะดวกที่ร้านเลมอนฟาร์มก็มีวางจำหน่ายพร้อมถุงผ้าใส่กระบองสะดวกในการพกพา ราคา 165 บาท
2-3 เบาะโยคะ สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นโยคะหรือกำลังเริ่มเล่นโยคะ เบาะรองนั่งสำหรับเล่นโยคะเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ มีให้เลือก 2 แบบ
แบบแรกเป็นฟองน้ำธรรมดา ราคา 250 บาท ส่วนอีกแบบทำจากยางพาราซึ่งจะป้องกันไม่ให้ลื่น ราคา1,100 บาท
4 ดัมบ์เบล ใช้ในการเล่นแอโรบิกสำหรับลดส่วนต้นแขน นุ่มสบายจับถนัดมือ ขนาดเล็กราคาคู่ละ 219 บาท ขนาดใหญ่ ราคาคู่ละ 32บาท
5 ลูกบอลออกกำลังกาย ช่วยกระชับสัดส่วนของร่างกาย ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มีหลายสีหลายขนาดให้เลือก และยังมีเอกสารการออกกำลังกายบรรจุอยู่ภายในกล่อง ราคา 550 บาท
6 ลูกบอลเพื่อสุขภาพขนาดเล็ก ลูกบอลลูกเล็กที่ใช้คู่กับการออกกำลังกาย โดยแต่ละท่าช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน และช่วยในการกระชับกล้ามเนื้อ ราคา 199 บาท
7 จานทวิส จานกลมๆ ที่ใช้ยืนหมุนเพื่อช่วยบริหารส่วนเอว มีปุ่มนวดบริเวณฝ่าเท้า ราคา 265 บาท
8 ลูกบอลบริหารมือ ลูกบอลรูปหัวใจที่ใช้บีบสำหรับนวดบริหารฝ่ามือและนิ้ว ราคา 199 บาท
9 อุปกรณ์วิดพื้น อุปกรณ์คล้ายเตารีดคู่นี้ เป็นอุปกรณ์ช่วยในการวิดพื้น ไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ น้ำหนักเบาไม่ยุ่งยากในการใช้งาน ราคา 480 บาท

เพียงเท่านี้คุณก็มีหุ่นสวยและสุขภาพดีได้ไม่ยากค่ะ

Thursday, March 23, 2006

สุนัขกลุ่ม Toy Group

Toy Group ด้วยความที่สุนัขในกลุ่มนี้มีขนาดที่เล็ก จึงทำให้พวกมันมีเสน่ห์ให้ชวนหลงใหลมาก
ในสายตาผู้คน และด้วยขนาดที่เล็กดูน่ารักจึงทำให้พวกมันเป็นสุนัขที่ทุกๆคนสามารถเล่นได้
ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุ เจ้าสุนัขที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเดียว
คือเอาใจเจ้าของของมันให้มีความสุขอยู่ตลอดเวลา ในสมัยก่อนเจ้าพวกสุนัขที่อยู่ในกลุ่ม Toy Group
นั้นจะเป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ และสามารถแสดงได้ถึง รสนิยม และชนชั้นของบุคคลนั้นๆ แต่ในปัจจุบัน สุนัขที่อยู่ในกลุ่ม Toy Group ได้รับความนิยมสูงต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง หรือสถานที่เล็กๆที่ไม่ค่อยจะมีเนื้อที่ให้เจ้าสุนัขในกลุ่มนี้ได้วิ่งเล่นซักเท่าไหร่ นอกจากนั้นเจ้าสุนัขในกลุ่ม Toy Group นั้นจะเป็นสุนัขที่ขี้เล่น และขี้อ้อนกว่าสุนัขในกลุ่มอื่นๆ และด้วยความที่เจ้าสุนัขในกลุ่ม Toy Group นั้นมีขนาดที่เล็ก เสียงนั้นดูเหมือนจะป็นอาวุธสำคัญของพวกมัน ดังนั้น เจ้าสุนัขในกลุ่มนี้จึงเป็นสุนัขสังเกตุการณ์ที่ดีมากๆ และ ที่พิเศษไปกว่านั้น เจ้าพวกสุนัขในกลุ่ม Toy Group นี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับการผลัดขนน้อยกว่าสุนัขในกลุ่มอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า ไม่ซน ไม่รื้อของกระจุยกระจาย และ ง่ายต่อการฝึกสอนมากกว่าสุนัขตัวใหญ่ แต่ทั้งนี้ เจ้าพวกสุนัขที่อยู่ในกลุ่ม Toy Group คงต้องการการดูแลเอาใจใส่มากกว่าสุนัขในกลุ่มอื่นๆ หรืออาจจะพูดได้ว่า เจ้าพวกนี้จะไม่ค่อยทนทานเหมือนสุนัขกลุ่มอื่นๆ เพราะฉะนั้น ทุกๆท่านที่คิดจะมีสุนัขในกลุ่มนี้ไว้ใน ครอบครอง ควรที่จะคิดตรวจทานให้ดีๆว่าทุกๆท่านนั้นมีเวลาว่างมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกๆท่านมีเวลาให้เจ้าพวกตัวน้อยนี้มากซักเท่าไหร่

สายพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่ม Toy Group
Bolognese
Brussels griflon
Cavalier king charles spannel
chichacha
English toy spanniel
Ltalian greyhound
Japanese chin
Maltese
Papillon
Pekingese
Pommeranian
Pug
Shin tzu
Silky terrier
Toy manchester terrier
Toy poodle
Yorkchire terrier

Thursday, March 09, 2006

"Pad Ga Pow"- (Stir fried basil with meat)

"Ga Pow" is the Thai word for basil. This dish is basically stir-fried basil with the meat of your choice.

Ingredients:
1 pound ground chicken2 tablespoons chopped garlic2 tablespoons chopped shallots2 jalapenos1/4 cup fish sauce2 tablespoons palm sugar1 cup basil leaves (or mint leaves)1/2 bell pepper, cut into strips1 teaspoon peppercorns

Directions:
Grind the garlic, shallots, and peppercorns into a paste. Put the paste into a medium sized skillet, and stir-fry the paste for about 15 seconds. Add in the chicken and the remaining ingredients, and stir-fry for 3 minutes, or until the chicken is thoroughly cooked.

Serve either over rice, as a meal - or by itself "Ala Carte."